“ยกระดับระบบนิเวศช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตของกลุ่มคนเริ่มทำงาน (First Jobbers)” สร้างโอกาส สร้างงานที่มีคุณค่า วางรากฐานชีวิตคนรุ่นใหม่สู่อนาคตที่มั่นคง

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

“ยกระดับระบบนิเวศช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตของกลุ่มคนเริ่มทำงาน (First Jobbers)” สร้างโอกาส สร้างงานที่มีคุณค่า วางรากฐานชีวิตคนรุ่นใหม่สู่อนาคตที่มั่นคง

Health Station Talk EP.73 ชวนเปิดมุมมองใหม่ของการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับกลุ่มคนเริ่มต้นทำงาน หรือ First Jobbers ซึ่งเป็นกลุ่มคนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยในอนาคต โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านจากโลกการศึกษาสู่โลกการทำงานอย่างมีคุณภาพ ลดความเปราะบางในช่วงเริ่มต้นชีวิตการทำงาน และส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่สามารถตั้งหลักชีวิตได้อย่างมั่นคง

ประเด็นดังกล่าวเป็นหนึ่งในระเบียบวาระสำคัญของ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 พ.ศ. 2569 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–29 ตุลาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “สังคมอยู่ดีมีพลัง นโยบายสาธารณะเชิงบวกด้วยหัวใจ” โดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ผลักดันประเด็นนโยบายสำคัญ 2 ประเด็น ได้แก่ การสร้างสุขภาวะด้วยธรรมชาติ และการยกระดับระบบนิเวศช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตของกลุ่มคนเริ่มทำงาน (First Jobbers) พร้อมด้วยข้อเสนอนโยบายจากสมัชชาคนรุ่นใหม่ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางนโยบายสาธารณะของประเทศ

First Jobbers ไม่ใช่เพียงเด็กจบใหม่ แต่คือคนรุ่นใหม่ที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิต

มินนา นิ่งราวี ผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานประเด็น First Jobbers และผู้ดำเนินรายการ Health Station Talk EP.73 กล่าวถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายในครั้งนี้ว่า การเริ่มต้นชีวิตการทำงานเป็นช่วงเวลาสำคัญที่คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งการปรับตัวเข้าสู่สภาพแวดล้อมการทำงาน การพัฒนาทักษะ การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

“การขับเคลื่อนประเด็น First Jobbers ไม่ใช่เรื่องที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะดำเนินการได้เพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดี ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ไปจนถึงการสร้างความมั่นคงให้คนรุ่นใหม่สามารถตั้งหลักชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ”

ด้าน รศ.ดร.ณัฐรเดชน์ ชุ่มปลั่ง เลขานุการคณะทำงานประเด็น First Jobbers อธิบายว่า การกำหนดนโยบายเพื่อคนเริ่มต้นทำงานจำเป็นต้องทำความเข้าใจนิยามของ First Jobbers ให้ครอบคลุมมากกว่าผู้สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่เพิ่งมีงานทำครั้งแรก เพราะในความเป็นจริงยังมีกลุ่มคนอีกจำนวนมากที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตและต้องการระบบสนับสนุนที่เหมาะสม

“เมื่อพูดถึง First Jobbers หลายคนอาจนึกถึงเด็กจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน แต่คณะทำงานมองประเด็นนี้กว้างกว่านั้น เพราะสิ่งที่เรากำลังให้ความสำคัญคือช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตจากโลกการศึกษาไปสู่โลกการทำงาน รวมถึงการตั้งหลักชีวิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ในระบบการศึกษาเพียงอย่างเดียว”

โดยคณะทำงานได้จำแนกกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ กลุ่มนักเรียนและนักศึกษาในระดับอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยที่กำลังเตรียมเข้าสู่ตลาดแรงงาน กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาที่อยู่ระหว่างการหางานครั้งแรกหรือเข้ารับการอบรมเตรียมความพร้อม และกลุ่มผู้ที่เริ่มทำงานแล้วแต่ยังอยู่ในช่วงปรับตัวและตั้งหลักชีวิต รวมถึงผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ทำงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และผู้ที่อยู่นอกระบบการศึกษา

ทั้งนี้ ช่วง 1–3 ปีแรกของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกการทำงานถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่มีความเปราะบาง หากขาดระบบสนับสนุนที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาด้านรายได้ ความมั่นคงในอาชีพ ความเครียด และคุณภาพชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคล ครอบครัว และสังคมโดยรวม

เปลี่ยนเป้าหมายจากการมีงานทำ สู่การมีงานที่มีคุณค่าและคุณภาพชีวิตที่ดี

รศ.ดร.ณัฐรเดชน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนานโยบายสำหรับกลุ่ม First Jobbers ไม่ควรพิจารณาเฉพาะตัวเลขการมีงานทำหรือการเข้าสู่ตลาดแรงงานเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของงานและความสามารถในการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีด้วย

“โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่มีงานทำ แต่ต้องทำอย่างไรให้พวกเขามีงานที่มีคุณค่า หรือ Decent Work ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม มีความปลอดภัยในการทำงาน มีสุขภาวะกายและจิตที่ดี และสามารถสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตตนเองได้ เพราะหากคนรุ่นใหม่ตั้งหลักชีวิตได้ดี ก็จะส่งผลต่อผลิตภาพของกำลังแรงงานและการพัฒนาประเทศในระยะยาว”

การยกระดับระบบนิเวศดังกล่าวจึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงกลไกการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หน่วยงานด้านอาชีวศึกษา กระทรวงแรงงาน และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อร่วมกันพัฒนาทักษะและสมรรถนะของกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนและสถานประกอบการต้องเข้ามามีบทบาทเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนากำลังคนร่วมกับสถาบันการศึกษา ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่น มีส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสการทำงานและพัฒนากลไกสนับสนุนในระดับพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสและการกระจุกตัวของตำแหน่งงานในเมืองใหญ่

เปิด 6 ข้อเสนอนโยบาย ยกระดับระบบนิเวศ First Jobbers อย่างรอบด้าน

เพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม คณะทำงานได้พัฒนาร่างข้อเสนอนโยบาย 6 ด้าน ที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนาศักยภาพ การเข้าถึงโอกาสทางอาชีพ สิทธิแรงงาน สุขภาวะ และความมั่นคงในการดำรงชีวิต ได้แก่

1. การเรียนรู้ทักษะและความพร้อมสู่โลกการทำงาน

ส่งเสริมการพัฒนาทักษะที่จำเป็นและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานตั้งแต่ช่วงการศึกษา รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านสมรรถนะวิชาชีพและทักษะการปรับตัว เพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าสู่โลกการทำงานได้อย่างมั่นใจ

2. การสร้างโอกาสและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการกำหนดเส้นทางชีวิตและอาชีพ

พัฒนาระบบสนับสนุนและสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถวางแผนเส้นทางชีวิตและอาชีพได้ตามศักยภาพของตนเอง โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมและการเข้าถึงโอกาสของคนทุกกลุ่ม

3. การเข้าถึงงานที่มีคุณค่าและเป็นธรรม

ส่งเสริมให้คนเริ่มต้นทำงานได้รับการคุ้มครองสิทธิแรงงานอย่างเหมาะสม มีค่าตอบแทนที่เป็นธรรม และมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อสร้างรากฐานของการทำงานที่มีคุณภาพและยั่งยืน

4. สุขภาวะ ความสัมพันธ์ และความสมดุลในชีวิตการทำงาน (Work-Life Balance)

ให้ความสำคัญกับสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ในสถานที่ทำงาน โดยสนับสนุนระบบดูแลสุขภาพจิต การรับมือกับความเครียด ความกดดัน และการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับชีวิตส่วนตัว

5. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและหลักประกันชีวิต

พัฒนากลไกสนับสนุนด้านสวัสดิการและการลดภาระค่าครองชีพ ทั้งค่าเดินทาง ที่พักอาศัย และอาหาร รวมถึงการจัดการภาระหนี้สิน เช่น หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ตลอดจนการพัฒนาแนวคิดเรื่องสิทธิประโยชน์และหลักประกันที่สามารถติดตัวผู้ทำงานเมื่อเปลี่ยนงาน หรือ Portable Benefits เพื่อรองรับรูปแบบการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงไป

6. ระบบสนับสนุนข้อมูลร่วมและกลไกขับเคลื่อนในเชิงพื้นที่

พัฒนาระบบข้อมูลและกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การวางแผนกำลังคน การสร้างโอกาสในการจ้างงาน และการพัฒนาทักษะสามารถตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองใหญ่กับพื้นที่อื่นของประเทศ

รศ.ดร.ณัฐรเดชน์ เน้นย้ำว่า ข้อเสนอนโยบายทั้ง 6 ด้าน ไม่ได้มุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่เป็นการสร้างโครงสร้างสนับสนุนที่เชื่อมโยงการศึกษา การทำงาน สุขภาวะ และความมั่นคงในชีวิตเข้าด้วยกัน

“การลงทุนกับคนเริ่มทำงานในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการลงทุนกับคุณภาพกำลังคนและอนาคตระยะยาวของประเทศ ที่สำคัญ นโยบายสาธารณะที่ดีไม่ควรเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่คิดให้คนรุ่นใหม่เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมคิด ร่วมออกแบบ และมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของตนเอง”

สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 เปิดพื้นที่คนรุ่นใหม่ร่วมกำหนดอนาคต

มินนา นิ่งราวี กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนในระยะต่อไปว่า ประเด็นการยกระดับระบบนิเวศช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตของกลุ่มคนเริ่มทำงาน (First Jobbers) จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาระเบียบวาระในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ในวันที่ 28 ตุลาคม 2569 โดยมุ่งหวังให้ข้อเสนอนโยบายเกิดจากการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายอย่างกว้างขวาง และสามารถนำไปสู่การขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติได้จริง

นอกจากนี้ ในวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ยังมีกิจกรรม “ตลาดนัดนโยบาย (Policy Market)” ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ และข้อเสนอจากตัวแทนคนรุ่นใหม่ในหลากหลายอาชีพ เพื่อสะท้อนความต้องการและปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเริ่มต้นชีวิตการทำงาน

“อยากเชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้งเยาวชน คนรุ่นใหม่ คนทำงาน สถานศึกษา สถานประกอบการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ เพราะการสร้างอนาคตที่ดีให้คนรุ่นใหม่จำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานและตั้งหลักชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและมั่นคง”

สร้างระบบนิเวศที่ดี เพื่อให้คนรุ่นใหม่เริ่มต้นชีวิตได้อย่างมั่นคง

การยกระดับระบบนิเวศช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตของกลุ่ม First Jobbers สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างสุขภาวะที่ดีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลสุขภาพร่างกายหรือการเข้าถึงบริการสุขภาพเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงโอกาสทางการศึกษา ความมั่นคงในการทำงาน รายได้ที่เป็นธรรม ความสัมพันธ์ทางสังคม สุขภาพจิต และหลักประกันในการดำรงชีวิต

การสร้างระบบสนับสนุนที่เชื่อมโยงทุกมิติเข้าด้วยกันจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คนรุ่นใหม่สามารถก้าวผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิตได้อย่างมั่นใจ ลดความเปราะบางจากความไม่แน่นอนของตลาดแรงงาน และสร้างรากฐานการเติบโตทั้งในระดับบุคคลและระดับประเทศ

เพราะการเริ่มต้นทำงานที่ดี ไม่ควรเป็นเพียงโอกาสของคนบางกลุ่ม แต่ควรเป็นสิทธิและโอกาสที่คนรุ่นใหม่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

การขับเคลื่อนนโยบาย First Jobbers ภายใต้กระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างสังคมที่ไม่เพียงเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มีงานทำ แต่ยังสนับสนุนให้พวกเขามีงานที่มีคุณค่า มีสุขภาวะที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต และมีพลังร่วมกำหนดอนาคตของสังคมไทยอย่างยั่งยืน

 

 26 ตุลาคม 2569