“เมืองคอน” ยกระดับรับมือฝนระลอกใหม่! เทศบาลวาง 5 มาตรการสกัดน้ำท่วม ระดมเครื่องสูบ–CCTV เฝ้า 24 ชม. ขณะที่ ปภ.เตือน 4–7 ต.ค. เสี่ยงน้ำหลาก–ดินโคลนถล่ม

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

“เมืองคอน” ยกระดับรับมือฝนระลอกใหม่! เทศบาลวาง 5 มาตรการสกัดน้ำท่วม ระดมเครื่องสูบ–CCTV เฝ้า 24 ชม. ขณะที่ ปภ.เตือน 4–7 ต.ค. เสี่ยงน้ำหลาก–ดินโคลนถล่ม

นครศรีธรรมราชเดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักและความเสี่ยงอุทกภัย หลังสภาพอากาศเข้าสู่ช่วงที่ภาคใต้ยังมีฝนตกชุก ขณะที่หน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแจ้งเตือนให้พื้นที่ภาคใต้ รวมถึงนครศรีธรรมราช เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่มในช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคม 2569

 

ล่าสุด เทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดย ดร.กณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย ณ ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ระดมทุกสำนักและกองเข้าสู่แผนเผชิญเหตุ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ไม่รอให้ระดับน้ำเพิ่มสูงแล้วจึงเข้าดำเนินการ

5 มาตรการหลักของเทศบาลฯ ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำ การระบายน้ำ เครื่องมือเครื่องจักร การเฝ้าระวัง ไปจนถึงการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

มาตรการที่ 1 เร่งเปิดทางน้ำ–เพิ่มพื้นที่รับน้ำ

เทศบาลฯ เตรียมเร่งขุดลอกและกำจัดสิ่งกีดขวางในคลองสำคัญของเมือง ได้แก่ คลองท่าวัง คลองหน้าเมือง คลองป่าเหล้า และคลองคูพาย รวมถึงเตรียมดำเนินการขุดลอกคลองแดง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่เมือง

นอกจากนี้ยังเตรียมพร่องน้ำในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ 300 ไร่ ลงประมาณ 1.5 เมตร รวมทั้งพร่องน้ำบริเวณบ่อท่อลอดต่าง ๆ เพื่อสร้างพื้นที่ว่างสำหรับรองรับน้ำฝนที่จะไหลเข้ามาในช่วงฝนตกหนัก

มาตรการดังกล่าวมีความสำคัญกับเขตเมืองนครศรีธรรมราช เนื่องจากระบบระบายน้ำของเมืองเชื่อมโยงกับคลองหลายสาย และในอดีตเมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง จุดลุ่มต่ำและชุมชนที่อยู่ใกล้ทางน้ำเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

มาตรการที่ 2 ระดมเครื่องสูบน้ำรับมือจุดเสี่ยง

เทศบาลฯ เตรียมติดตั้ง เครื่องสูบน้ำ 59 เครื่อง ครอบคลุม 37 จุดเสี่ยง พร้อมประสานเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จากสำนักงานชลประทานที่ 8 ทั้งขนาด 24 นิ้ว และ 16 นิ้ว เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เมื่อเกิดฝนตกหนัก

ขณะเดียวกันยังเตรียมเครื่องสูบน้ำระบบดีเซลสำรองบริเวณสี่แยกคูขวาง เพื่อใช้ในกรณีเกิดไฟฟ้าดับ ซึ่งเป็นการเตรียมระบบสำรองไม่ให้การระบายน้ำต้องหยุดชะงักในช่วงวิกฤต ข้อมูลจากเทศบาลนครนครศรีธรรมราชยังสะท้อนว่า ระบบดตามระดับน้ำของเมืองมีการใช้กล้อง CCTV สำหรับติดตามระดับน้ำแบบเรียลไทม์ โดยประชาชนสามารถติดตามระดับน้ำผ่านกล้องบริเวณคลองสำคัญ เช่น คลองท่าใหญ่ คลองป่าเหล้า คลองหน้าเมือง คลองท่าวัง คลองคูพาย และคลองเลียบทางรถไฟได้ (นครศรีธรรมราช)

มาตรการที่ 3 “ขยะต้องไม่กลายเป็นเขื่อนกั้นน้ำ”

อีกจุดที่เทศบาลให้ความสำคัญคือการป้องกันขยะและวัชพืชเข้าไปอุดตันบริเวณตะแกรงและสถานีสูบน้ำ

กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมจัดทีมเฉพาะกิจแบ่งพื้นที่รับผิดชอบออกเป็น 4 โซน เพื่อเฝ้าระวังและตักขยะบริเวณหน้าตะแกรงเครื่องสูบน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพราะแม้จะมีเครื่องสูบน้ำจำนวนมาก แต่หากทางน้ำหรือช่องรับน้ำถูกขยะอุดตัน ประสิทธิภาพการระบายน้ำก็อาจลดลงอย่างรวดเร็ว

มาตรการที่ 4 ใช้ CCTV เป็น “ตาเมือง” เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

เทศบาลฯ เตรียมใช้ระบบกล้อง CCTV จำนวน 212 จุดทั่วเมือง พร้อมติดตั้งกล้องแบบใช้ซิมเพิ่มเติมอีก 9 จุด บริเวณสถานีสูบน้ำและพื้นที่เสี่ยง เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับระบบที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราชใช้อยู่แล้ว โดยมีระบบเผยแพร่ภาพระดับน้ำจากกล้อง CCTV ให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ได้แบบ Real Time (นครศรีธรรมราช)

 

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “มีกล้องกี่ตัว” แต่คือการนำข้อมูลจากกล้องไปเชื่อมกับการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ให้เร็วที่สุด ตั้งแต่การเปิดเครื่องสูบน้ำ การเคลียร์สิ่งกีดขวาง ไปจนถึงการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

มาตรการที่ 5 เตรียมรับมือกลุ่มเปราะบาง

ด้านการแพทย์ เทศบาลฯ จัดทำบัญชีและแผนรองรับ ผู้ป่วยติดเตียง 357 ราย พร้อมเตรียมพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการอพยพ สำรองยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อให้สามารถเข้าให้ความช่วยเหลือได้ทันทีหากเกิดน้ำท่วม

มาตรการนี้ถือเป็นส่วนสำคัญของการรับมือภัยพิบัติ เพราะความเสียหายจากน้ำท่วมไม่ได้วัดเฉพาะระดับน้ำหรือจำนวนบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ แต่รวมถึงความสามารถในการเข้าถึงผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนที่ไม่สามารถอพยพได้ด้วยตนเอง

สัญญาณเตือนจากสภาพอากาศ “ยังไม่ควรวางใจ”

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ว่า ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 40% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยระบุ นครศรีธรรมราช อยู่ในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ขณะที่ช่วงวันที่ 5–7 ตุลาคม ยังคาดว่าจะมีฝนตกหนักบางแห่ง (กรมอุตุนิยมวิทยา)                                                                                                                                              

ภาพรวมเดือนตุลาคมก็ยังต้องจับตา เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 60–80% ของพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่งในบางวัน ปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งเดือนประมาณ 160–200 มิลลิเมตร (กรมอุตุนิยมวิทยา)

ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแจ้งเตือน 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงนครศรีธรรมราช ให้เฝ้าระวังในช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคม ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และลมกระโชกแรง (กรมประชาสัมพันธ์)

“โจทย์ใหญ่” ของเมืองคอน ไม่ใช่แค่สูบน้ำให้เร็ว แต่ต้องทำให้น้ำมีทางไป

นครศรีธรรมราชมีพื้นที่เสี่ยงภัยอุทกภัยที่ถูกจัดทำเป็นฐานข้อมูลระดับจังหวัด โดยสำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราชมีชุดข้อมูลพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากสำหรับใช้ประกอบการบริหารจัดการภัยพิบัติ (ข้อมูลประเทศไทย)

บทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมในอดีตยังสะท้อนว่า เมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำในคลองสายสำคัญของเมือง เช่น คลองท่าวัง คลองหน้าเมือง คลองคูพาย และคลองป่าเหล้า สามารถเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว และพื้นที่ชุมชนลุ่มต่ำได้รับผลกระทบได้ (หนึ่งพัฒนา)

ดังนั้น การเตรียมเครื่องสูบน้ำจึงเป็นเพียง “แนวป้องกันชั้นหนึ่ง” ขณะที่การเปิดทางน้ำ การจัดการขยะ การพร่องน้ำ การเชื่อมโยงข้อมูลระดับน้ำ การเตือนภัย และการเตรียมแผนอพยพของกลุ่มเปราะบาง ต้องทำงานพร้อมกันเป็นระบบ

สิ่งที่ประชาชนต้องจับตาต่อจากนี้ คือ “ฝนตกเท่าไร–น้ำขึ้นเร็วแค่ไหน–ระบายออกได้เร็วเพียงใด”

เพราะหากฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำพร้อมกับฝนในเขตเมือง ความเสี่ยงไม่ได้เกิดจากปริมาณฝนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่น้ำจำนวนมากไหลเข้าสู่ระบบระบายน้ำในช่วงเวลาเดียวกัน

เทศบาลนครนครศรีธรรมราชจึงเตรียมเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการ ตรวจสอบระดับน้ำบริเวณใกล้บ้าน เตรียมยกสิ่งของและอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง และเตรียมเส้นทางอพยพสำหรับสมาชิกครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยติดเตียง

สถานการณ์ระลอกใหม่อาจยังไม่ใช่น้ำท่วมครั้งใหญ่ แต่ข้อมูลสภาพอากาศขณะนี้ชัดเจนว่า “นครศรีธรรมราชอยู่ในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง” และช่วง 4–7 ตุลาคม คือช่วงที่ทุกฝ่ายต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ข้อมูลที่ผมเติมให้ข่าวมีน้ำหนักขึ้น คือคำเตือนล่าสุดของ ปภ. ซึ่งระบุนครศรีธรรมราชอยู่ใน 14 จังหวัดภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังภัยช่วง 4–7 ต.ค. 2569 และพยากรณ์ของกรมอุตุฯ ที่ระบุฝนหนักบางแห่งในนครศรีธรรมราชและฝนหนักช่วง 5–7 ต.ค. (กรมประชาสัมพันธ์)

นอกจากนี้ เทศบาลมีระบบ CCTV ดูระดับน้ำแบบ Real Time อยู่แล้ว และมีจุดติดตามคลองสำคัญหลายสาย ซึ่งสามารถนำเสนอเป็น “ระบบตาเมือง” ในข่าวได้อย่างน่าสนใจ (นครศรีธรรมราช)

 15 ตุลาคม 2569