ร้อง เล่น ฝึกฝน และเติบโต: มองสุขภาวะเยาวชนผ่านเส้นทางดนตรีของ “เนเน่ รอยัล”
24 กันยายน 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.




จากเด็กสาววัย 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ต สู่การคว้าแชมป์เวที America’s Got Talent 2026 “เนเน่ รอยัล” หรือ แพรว-รัตติกานต์ อำลอย กลายเป็นชื่อที่ได้รับความสนใจจากคนไทยและผู้ชมทั่วโลก หลังใช้ทั้งพลังเสียงและทักษะการเล่นกีตาร์สร้างความประทับใจบนเวทีระดับโลก

เส้นทางของเนเน่ไม่ได้สะท้อนเพียงความสามารถทางดนตรี หากแต่ชวนให้มองไปไกลกว่านั้นว่าการเรียนรู้ดนตรี การร้องเพลง และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาศักยภาพและสุขภาวะของเด็กและเยาวชน

เนเน่เริ่มเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุยังน้อย และพัฒนาทักษะผ่านการฝึกฝนด้วยตนเอง ก่อนเข้าสู่การแข่งขันและการแสดงในเวทีต่าง ๆ จนมีโอกาสก้าวสู่เวที America’s Got Talent ในปี 2569 โดยรอบออดิชันเธอเลือกเพลง Zombie ของ The Cranberries ขณะที่รอบต่อมาแสดงเพลง Hysteria ของ Muse และสร้างความโดดเด่นอีกครั้งด้วย Black Hole Sun ของ Soundgarden จนได้รับ Golden Buzzer ส่งตรงเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

ในรอบชิงชนะเลิศ เนเน่เลือกเพลง Seven Nation Army ของ The White Stripes มานำเสนอร่วมกับการเล่นกีตาร์ อีกทั้งได้รับเชิญขึ้นแสดงบนเวทีกับวงร็อคระดับโลกอย่าง Linkin Park จนท้ายที่สุดสามารถคว้าแชมป์ America's Got Talent 2026 ได้สำเร็จ




ดนตรีไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้

เมื่อมองจากมิติสุขภาวะ สิ่งที่น่าสนใจในเรื่องของเนเน่จึงไม่ใช่เพียง “ร้องเพลงเก่ง” หรือ “เล่นกีตาร์เก่ง” แต่คือกระบวนการที่อยู่เบื้องหลังความสามารถเหล่านั้น

การเรียนดนตรีต้องอาศัยการฝึกซ้ำ การฟัง การสังเกต การควบคุมร่างกาย การจดจำจังหวะและทำนอง ตลอดจนการเรียนรู้ที่จะประเมินและปรับปรุงตัวเอง ทักษะเหล่านี้ทำให้ดนตรีเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งกับร่างกาย อารมณ์ ความคิด และความสัมพันธ์กับผู้อื่น

งานทบทวนอย่างเป็นระบบที่เผยแพร่ในปี 2569 ซึ่งศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับการทำดนตรีกับสุขภาวะ พบว่ากิจกรรมทางดนตรีมีรายงานความสัมพันธ์กับสุขภาวะในหลายมิติ ทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย และสังคม อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษายังมีความหลากหลาย และนักวิจัยชี้ว่าจำเป็นต้องมีงานวิจัยที่ครอบคลุมกิจกรรมทางดนตรีรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น

โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน งานทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมศิลปะและความคิดสร้างสรรค์พบว่า การมีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสุขภาพจิตและสุขภาวะของวัยรุ่น แม้หลักฐานเรื่องความเป็นเหตุเป็นผลโดยตรงยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม

นั่นหมายความว่า การส่งเสริมให้เด็กมีโอกาสเล่นดนตรี ร้องเพลง หรือทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าหมายว่าจะต้องกลายเป็นศิลปินระดับโลกเสมอไป เพราะ “คุณค่าของดนตรี” อาจอยู่ในกระบวนการเรียนรู้และการเติบโตระหว่างทาง




จากการฝึกดนตรีสู่การพัฒนาทักษะชีวิต

เรื่องราวของเนเน่ยังสะท้อนอีกประเด็นสำคัญ คือ ความสามารถไม่ได้เกิดขึ้นจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว

การเล่นกีตาร์และร้องเพลงบนเวทีใหญ่ต้องอาศัยการประสานงานระหว่างการควบคุมร่างกาย การหายใจ การฟังเสียงดนตรี การควบคุมจังหวะ และการสื่อสารอารมณ์ผ่านเสียงและการแสดง

สำหรับเด็กและเยาวชน กระบวนการฝึกเหล่านี้สามารถเป็นพื้นที่ให้เรียนรู้เรื่องความอดทน การตั้งเป้าหมาย การรับมือกับความผิดพลาด และการพัฒนาตัวเองทีละขั้น

ขณะเดียวกัน การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีร่วมกับผู้อื่นยังเปิดพื้นที่ให้เกิดการทำงานเป็นทีมและความรู้สึกเชื่อมโยงกับคนรอบข้าง งานทบทวนอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการร้องเพลงเป็นกลุ่มในเด็ก วัยรุ่น และนักศึกษาพบหลักฐานว่าการร้องเพลงร่วมกันอาจสัมพันธ์กับความเชื่อมโยงทางสังคม การรับรู้คุณค่าในตนเอง อารมณ์เชิงบวก และความพึงพอใจในชีวิต แม้นักวิจัยยังระบุว่าหลักฐานปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะสรุปผลเชิงเหตุและผลอย่างเด็ดขาด


สุขภาพเสียง เรื่องสำคัญสำหรับคนที่รักการร้องเพลง

เสียงเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเช่นเดียวกับกล้ามเนื้อและอวัยวะอื่น ๆ การใช้เสียงอย่างหนักหรือไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่ปัญหาทางเสียงได้ โดยเฉพาะนักร้องวัยรุ่นที่อยู่ในช่วงพัฒนาการของร่างกายและเสียง

งานวิจัยในกลุ่มนักร้องประสานเสียงระดับมัธยมศึกษาพบว่า นักร้องวัย 14–18 ปีจำนวนมากยังมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลเสียงไม่เพียงพอ และพบพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาเสียง ขณะที่การอบอุ่นเสียงก่อนซ้อมหรือแสดงเป็นพฤติกรรมที่พบในนักเรียนส่วนใหญ่

งานทบทวนอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับโปรแกรมดูแลสุขภาพเสียงสำหรับนักร้องยังพบว่า การให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยของเสียงและการดูแลเสียง เช่น การดื่มน้ำอย่างเหมาะสมและการจัดการพฤติกรรมที่อาจทำร้ายเสียง มีแนวโน้มช่วยปรับปรุงตัวชี้วัดด้านสุขภาพเสียงบางประการ แต่หลักฐานยังมีจำนวนจำกัดและต้องการการศึกษาที่มีคุณภาพมากขึ้น

สำหรับเด็กและเยาวชนที่รักการร้องเพลง สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การห้ามใช้เสียง แต่คือการเรียนรู้ “ใช้เสียงอย่างไรให้ปลอดภัยและยั่งยืน”

การอบอุ่นเสียงก่อนร้อง ให้ร่างกายและเสียงได้พักอย่างเพียงพอ ดื่มน้ำให้เหมาะสม ไม่ฝืนร้องเมื่อมีอาการเสียงแหบหรือเจ็บคอ และเรียนรู้เทคนิคการร้องที่เหมาะสม ล้วนเป็นพื้นฐานที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้เสียงผิดวิธี หากมีอาการเสียงแหบ เสียงเปลี่ยน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับเสียงอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงเพื่อประเมินสาเหตุ 




“เวที” ที่มากกว่าเวทีประกวด

ความสำเร็จของเนเน่ รอยัลบนเวทีระดับโลกเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่หากมองผ่านแว่นของสุขภาวะ สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ผลการแข่งขันคือเส้นทางการเติบโตของเด็กคนหนึ่งผ่านดนตรี

จากการหยิบกีตาร์ขึ้นมาเรียนรู้ ฝึกเล่น ฝึกซ้อม ทดลองแสดงบนเวที และค่อย ๆ พัฒนาความสามารถ จนสามารถยืนอยู่ต่อหน้าผู้ชมจำนวนมากได้

ประสบการณ์เหล่านี้สะท้อนแนวคิดสำคัญว่า การพัฒนาเด็กไม่ควรมีเพียงมิติของผลการเรียนหรือความสำเร็จ แต่ควรมีพื้นที่สำหรับการค้นหาความสนใจ การสร้างความมั่นใจ การแสดงออก และการพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรมที่เด็กมีความหมายร่วมด้วย

เพราะบางครั้ง เสียงเพลงหนึ่งเพลงอาจไม่ได้พาเด็กไปถึงเวทีระดับโลก แต่สามารถพาเขาไปพบกับความมั่นใจ เพื่อนใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจตัวเอง และนั่นอาจเป็นอีกความหมายหนึ่งของคำว่า “สุขภาวะ” ที่ไม่ได้หมายถึงเพียงการไม่มีโรค แต่รวมถึงการมีโอกาสพัฒนาศักยภาพ มีความสัมพันธ์ที่ดี มีพื้นที่ในการแสดงออก และได้เติบโตเป็นตัวเองอย่างมีความหมาย