สช. ชวนคนรุ่นใหม่ “อาบป่าอุบลฯ” ผ่านประเด็น “สร้างสุขภาวะด้วยธรรมชาติ” ในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 19
18 กันยายน 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

สช. ชวนคนรุ่นใหม่ “อาบป่าอุบลฯ” ผ่านประเด็น “สร้างสุขภาวะด้วยธรรมชาติ” ในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 19 พร้อมเปิดพื้นที่พักใจ เชื่อมโยงธรรมชาติ เรียนรู้การฟัง และค้นพบคุณค่าภายในตนเอง




สช.ร่วมกับอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดกิจกรรม “อาบป่าอุบลฯ สร้างสุขภาวะด้วยธรรมชาติ”




เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ณ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ชวนนักศึกษา เยาวชน และคนรุ่นใหม่ เปิดประสบการณ์เรียนรู้ผ่านธรรมชาติ ฝึกสติและการฟังด้วยใจ พร้อมค้นหาคุณค่าและความหมายภายในตนเอง สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนรุ่นใหม่ได้พักใจ เข้าใจตัวเอง เข้าใจผู้อื่น และเชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัว


โดยกิจกรรมออกแบบให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ทั้งการสังเกต การฟัง การสัมผัส การเคลื่อนไหวอย่างมีสติ ตลอดจนการสะท้อนความรู้สึกและค้นหาความหมายที่เกิดขึ้นภายในตนเอง




เริ่มต้นด้วยกิจกรรม “รู้จักกันผ่านธรรมชาติ” ผู้เข้าร่วมแต่ละคนได้เลือกวัตถุหรือสิ่งของจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นใบไม้ กิ่งไม้ ก้อนหิน หรือสิ่งที่พบเห็นรอบตัว มาใช้แทนความหมายในการแนะนำตัวและบอกเล่าความเป็นตัวเอง ช่วยสร้างบรรยากาศการทำความรู้จักกันในมุมที่แตกต่าง และค่อย ๆ เปิดพื้นที่แห่งความไว้วางใจระหว่างผู้เข้าร่วม


จากนั้นเป็นการแนะนำกระบวนการ พร้อมร่วมกันสร้าง ข้อตกลงของพื้นที่เรียนรู้ เพื่อให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้สึก และเคารพความแตกต่างของกันและกัน




อีกหนึ่งกระบวนการสำคัญคือ “การฟังด้วยใจ” ที่ชวนผู้เข้าร่วมก้าวข้ามจากการฟังเพียงเพื่อ “ได้ยิน” ไปสู่การฟังอย่างตั้งใจ ฟังโดยไม่รีบตัดสิน และพยายามมองให้เห็นทั้งความรู้สึกและความต้องการที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของคู่สนทนาการฟังในลักษณะนี้ช่วยให้เยาวชนได้เรียนรู้ว่า การสื่อสารที่ดีอาจไม่ได้เริ่มจากการพูดให้เก่งที่สุด แต่เริ่มจากการเปิดพื้นที่ให้คนตรงหน้าได้รู้สึกว่า “มีคนกำลังรับฟังเขาอยู่จริง ๆ”




นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ฝึก การหายใจและการมีสติ เพื่อเรียนรู้วิธีผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ กลับมาอยู่กับลมหายใจและช่วงเวลาปัจจุบัน 




ก่อนเข้าสู่กระบวนการ “อาบป่า 1 : เปิดผัสสะ”โดยใช้การมอง การฟัง การสัมผัส และการรับรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ พร้อมฝึกการเดินอย่างมีสติ




จากการเดินที่คุ้นเคย กลายเป็นการเดินที่ช้าลง ได้สังเกตเสียงของธรรมชาติ สัมผัสสายลม แสงแดด พื้นดิน และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่อาจถูกมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน เป็นช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้กลับมาอยู่กับตัวเองมากขึ้น 




หลังจากนั้นเข้าสู่กิจกรรม Deep Relaxation หรือการพักผ่อนเชิงลึก ให้ร่างกายและจิตใจได้หยุดพักอย่างแท้จริง ผ่านการผ่อนคลายอย่างมีสติ ลดความตึงเครียด และสร้างพื้นที่สงบภายใน


ในกิจกรรม “อาบป่า 2 : ค้นหาอัญมณีภายในตนเอง " ผู้เข้าร่วมได้ออกสำรวจธรรมชาติอีกครั้ง ผ่านกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ธรรมชาติเป็นผู้นำทาง 

พร้อมสร้างสรรค์งานศิลปะจากวัสดุธรรมชาติที่พบรอบตัว


งานศิลปะแต่ละชิ้นไม่ได้มุ่งเน้นความสวยงาม หากแต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสะท้อนเรื่องราว ความรู้สึก ความหมาย และคุณค่าบางอย่างที่ผู้เข้าร่วมค้นพบภายในตนเอง เปรียบเสมือนการค้นพบ “อัญมณี” ที่อาจซ่อนอยู่ภายในและไม่เคยมีโอกาสได้มองเห็นอย่างชัดเจนมาก่อน




กิจกรรมปิดท้ายด้วย “วงน้ำชา” พื้นที่เล็ก ๆ ที่ทุกคนนั่งล้อมวงร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรื่องราวและสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตลอดสองวัน ทั้งสิ่งที่พบเห็นจากธรรมชาติ สิ่งที่ค้นพบเกี่ยวกับตนเอง และความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการรับฟังเรื่องราวของเพื่อนร่วมกิจกรรม


“อาบป่า” ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการพาคนรุ่นใหม่เข้าไปใช้เวลาอยู่ท่ามกลางต้นไม้ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ใช้ธรรมชาติเป็นพื้นที่ให้เยาวชนได้ หยุด ฟัง รู้สึก และกลับมามองเห็นตนเองอีกครั้ง


ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ข้อมูลข่าวสาร และความคาดหวัง การมีพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้พักใจ เชื่อมโยงกับธรรมชาติ รับฟังกันอย่างลึกซึ้ง และค้นพบคุณค่าในตัวเอง อาจเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างพลังใจและความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งต่อตนเอง ผู้คนรอบข้าง และธรรมชาติ


เพราะบางครั้ง...การเดินเข้าไปในป่า อาจเป็นอีกหนึ่งหนทางที่พาเรากลับมาเจอตัวเอง