"พื้นที่ปลอดภัย" เพียงรับฟังด้วยหัวใจ มอบชีวิตใหม่ให้ผู้ทุกข์ใจ
เนื่องในโอกาสกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพจิตและการป้องกันการฆ่าตัวตาย Listen for Life 2026 “Start the Conversation” (วันที่ 12-13 กันยายน 2569) นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน ถึงมุมมองอย่างลึกซึ้งถึงความสำคัญของการสร้างพื้นที่ปลอดภัย และพลังของการรับฟังด้วยความเมตตาซึ่งสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้

ความหมายและรูปแบบของ
"พื้นที่ปลอดภัย" ที่ไร้ข้อจำกัดเรื่องสถานที่
นพ.อภิชาติ
ได้อธิบายถึงลักษณะของพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่กำลังประสบความทุกข์ใจไว้ว่า
พื้นที่ปลอดภัยจะเป็นรูปแบบใดก็ได้
โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดว่าจะต้องมีสถานที่เฉพาะเจาะจงหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการเจอหน้าพูดคุยกัน
การสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์ การพูดคุยในพื้นที่สาธารณะ หรือพื้นที่ส่วนตัว ขอเพียงให้เป็นพื้นที่ที่คนที่อยากจะพูดมีความรู้สึกสบายใจ
และรู้สึกปลอดภัยที่จะเล่าเรื่องราวที่ติดค้างอยู่ในใจออกมา
นอกจากรูปแบบการเจอตัวหรือโทรศัพท์แล้ว
พื้นที่ปลอดภัยยังรวมถึงการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชัน Line
หรือการส่งอีเมล ซึ่งในต่างประเทศนิยมใช้อีเมลเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการเขียนบอกเล่าเรื่องราว
และรอคอยการตอบกลับ
ดังนั้น
หัวใจสำคัญของพื้นที่ปลอดภัยแท้จริงแล้ว จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปแบบ ช่องทาง
หรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่เกิดจาก ความน่าเชื่อถือของผู้รับฟัง ที่ทำให้ผู้เล่ามั่นใจว่าเมื่อพูดไปแล้วจะปลอดภัย
ตลอดจนเกิดจากความเมตตาของผู้ร่วมรับฟัง
ทุกคนสามารถเป็นผู้สร้างพื้นที่ปลอดภัยได้
ในสังคมมักมีความเข้าใจว่าการดูแลจิตใจหรือรับฟังผู้ที่มีความทุกข์ใจเป็นบทบาทของแพทย์หรือนักจิตวิทยาเท่านั้น
แต่นพ.อภิชาติ ยืนยันว่า ใคร ๆ ก็สามารถช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยนี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นหมอหรือนักจิตวิทยาเลย
ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน หรือคนอื่น ๆ ที่เข้ามาขอเล่าเรื่องราวให้เราฟัง เพียงแค่เรามีความตั้งใจที่จะรับฟังเขาในทุก ๆ เรื่อง และทำให้เขารู้สึกถึงความน่าเชื่อถือและความเมตตาจากเรา เพียงเท่านี้ทุกคนก็สามารถเปิดพื้นที่ปลอดภัยเพื่อรับฟังผู้อื่นได้แล้ว
"Listen for Life" รับฟังด้วยหู ตา ใจ เพื่อ "Start the
Conversation" และมอบชีวิตใหม่
สำหรับการรับฟังเพื่อเริ่มต้นบทสนทนา
หรือ Start the Conversation ตามแนวคิด Listen
for Life นั้น
นพ.อภิชาติ เน้นย้ำว่า
คือการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความทุกข์ใจสามารถพูดคุยเล่าเรื่องราวต่าง ๆ กับเราได้
ผู้รับฟังควรมีความตั้งใจจริงในการรับฟังเรื่องราวทุก
ๆ ส่วนที่เขาอยากเล่า โดยควรนิ่งไว้ มีสติ และปฏิบัติตนเป็นผู้รับฟังอย่างแท้จริง ซึ่งต้อง "ฟังด้วยหู
ฟังด้วยตา และฟังด้วยใจ" โดยเป็นใจที่ประกอบไปด้วยความเมตตา
การสละเวลาและตั้งใจรับฟังเรื่องราวจากใครสักคนเพียงเล็กน้อย
อาจกลายเป็นการมอบชีวิตใหม่ให้แก่เขา และการรับฟังของเราในลักษณะนี้
อาจช่วยชีวิตคนอีกคนหนึ่ง หรือช่วยชีวิตคนไว้ได้อีกหลาย ๆ คน
ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของ Listen for Life

