Listen for Life 2026 เปิดพื้นที่สร้างบทสนทนา ชวนสังคม “รับฟังอย่างเข้าใจ” ลดวิกฤตสุขภาพจิตและการฆ่าตัวตาย
13 กันยายน 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

วันที่ 12 กันยายน 2569 ณ ICONSIAM กรุงเทพฯ สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) หน่วยงานสนับสนุนหลัก ภาคีเครือข่าย และพันธมิตร จัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพจิตและการป้องกันการฆ่าตัวตาย Listen for Life 2026 “Start the Conversation” เพื่อส่งเสริมให้สังคมเห็นความสำคัญของการเปิดบทสนทนา การรับฟังอย่างเข้าใจโดยไม่ตัดสิน และการสังเกตสัญญาณความเปราะบางทางจิตใจของคนรอบข้าง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการช่วยเหลือและป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น


ผศ.พ.ต.หญิง ดร.พนมพร พุ่มจันทร์ นายกสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การทำงานของอาสาสมัครสะมาริตันส์มีบทบาทสำคัญในการเป็นพื้นที่ให้ผู้ที่กำลังเผชิญความทุกข์ได้พูดคุยและระบายความรู้สึกผ่านทางโทรศัพท์ โดยสามารถพูดคุยได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของกิจกรรม Listen for Life 2026 คือการชวนให้คนในสังคม “เริ่มต้นบทสนทนา” และหันมาใส่ใจพฤติกรรมหรือความเปลี่ยนแปลงของคนใกล้ตัว เพื่อให้สามารถหยิบยื่นความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที พร้อมสร้างความตระหนักว่าทักษะการรับฟังอย่างตั้งใจสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาชีวิตและป้องกันความสูญเสียได้


ด้าน นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายและวิกฤตสุขภาพจิตจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เนื่องจากเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายด้าน โดย สช. ให้ความสำคัญกับแนวคิด สุขภาวะ 4 มิติ ได้แก่ กาย จิต สังคม และปัญญา ซึ่งเป็นกรอบสำคัญในการมองและดูแลสุขภาพของมนุษย์อย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเกิดปัญหาแล้ว แต่ต้องสร้างระบบและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีตั้งแต่ต้น

นพ.สุเทพ กล่าวว่า ภาคประชาสังคม องค์กรการกุศล สมาคม และเครือข่ายต่าง ๆ มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในภาวะเปราะบาง โดยเฉพาะการสร้างพื้นที่ให้ผู้คนสามารถพูดคุย ขอความช่วยเหลือ และได้รับการดูแลโดยไม่ถูกตีตรา ท่ามกลางบริบททางสังคมที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรและจำนวนประชากรเกิดใหม่ที่ลดลง การดูแลและรักษาคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันให้ความสำคัญ โดย สช. มุ่งผลักดัน นโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม เพื่อเชื่อมโยงพลังของภาครัฐ ภาคประชาสังคม ชุมชน และประชาชน ให้เกิดความร่วมมือในการดูแลสุขภาวะและความปลอดภัยทางใจของคนในสังคมอย่างยั่งยืน


ขณะที่ นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมเวทีเสวนา “สานสายใยไร้รอยต่อ…หยุดวิกฤตความเปราะบาง” โดยกล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตสุขภาพจิตที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย พร้อมชี้ให้เห็นว่าความเปราะบางทางจิตใจมีความเชื่อมโยงกับปัจจัยตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียน ไปจนถึงสภาพแวดล้อมทางสังคมและการทำงาน



นพ.อภิชาติ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นสำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์และการสื่อสารภายในครอบครัว รวมถึงการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้กับเด็กและเยาวชน ขณะเดียวกันยังมีความท้าทายจากการใช้หน้าจอ ปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียน และปัจจัยทางสังคมอื่น ๆ ส่วนวัยทำงานอาจเผชิญภาวะหมดไฟจากความกดดันในการทำงาน ขณะที่ผู้สูงอายุอาจเผชิญความโดดเดี่ยวและการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจที่เกิดขึ้นตามวัย ปัจจัยเหล่านี้ล้วนต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและเชื่อมโยงกันเป็นระบบ


ทั้งนี้ สช. เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ให้ผู้คนสามารถพูดคุยและขอความช่วยเหลือได้โดยไม่ถูกตัดสิน พร้อมส่งเสริมทักษะการรับฟังอย่างตั้งใจในครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา และสถานที่ทำงาน เพราะการรับฟังที่ดีอาจเป็นจุดเริ่มต้นในการทำให้คนที่กำลังเผชิญความทุกข์รู้สึกว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง และนำไปสู่การเข้าถึงความช่วยเหลือที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น โดยการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตและการฆ่าตัวตายจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กับการแก้ไขปัจจัยเสี่ยง ทั้งปัญหาความสัมพันธ์ การใช้สารเสพติด และสภาพแวดล้อมทางสังคม


สำหรับกิจกรรม Listen for Life 2026 “Start the Conversation” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–13 กันยายน 2569 ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งเวทีเสวนา การจัดบูธ เวิร์กชอป และกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนจากหลากหลายกลุ่มเข้าถึงข้อมูลและประสบการณ์เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิตและการป้องกันการฆ่าตัวตาย โดยมุ่งขยายการรับรู้ไปยังครอบครัว คนวัยทำงาน เยาวชน ตลอดจนนักท่องเที่ยว และชวนให้ทุกคนร่วมกันเริ่มต้นจากสิ่งใกล้ตัวที่สุด คือ “การรับฟัง” เพื่อสร้างสังคมที่ใส่ใจและไม่ปล่อยให้ใครต้องเผชิญความทุกข์เพียงลำพัง